บทความน่าสนใจ - สมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) - สมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) http://www.resam.or.th Tue, 02 Apr 2019 22:58:21 +0000 Joomla! - Open Source Content Management th-th บทความจาก รศ.มานพ พงศทัต http://www.resam.or.th/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88/item/51-%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E-%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%95 http://www.resam.or.th/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88/item/51-%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E-%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%95     ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการสร้างบ้านเป็นธุรกิจพื้นฐานทุกประเทศ ทั้งเสรีทุนนิยม และประเทศสังคมนิยม เพราะธุรกิจนี้เป็นทั้งธุรกิจปัจจัย 4 และเป็นทั้งธุรกิจพื้นฐานเพื่อจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเป็นอย่างดี

    ประเทศสิงคโปร์ได้ใช้ธุรกิจการก่อสร้างที่อยู่อาศัย เป็นเครื่องจักรที่จะกระตุ้นการสร้างส่วนเศรษฐกิจ สร้างเมืองของสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 1977-1978 ที่เริ่มมีอิสรภาพ ฮ่องกงซึ่งเป็นเมืองการค้าที่อังกฤษจะเข้ามา ประเทศจีนก็ใช้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นการสร้างการเจริญด้านเศรษฐกิจของ เกาะฮ่องกงในศตวรรษที่ผ่านมา

    ปัจจุบันจีนก็เป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งเปิดตัวจากประเทศสังคมนิยมมา เป็นการพัฒนาแบบคู่ขนานกับเสรีทุนนิยม อสังหาริมทรัพย์ก็เป็นสาขาเศรษฐกิจชั้นนำ เป็นเครื่องจักรกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

    ประเทศไทยเราในอดีตมิได้ใช้สาขาเศรษฐกิจมาชี้นำผลักดันการพัฒนาจน กระทั่งปี 2500 เป็นต้นมานี้มีการปรับเปลี่ยนการพัฒนาทางการเกษตรมาใช้ภาคอุตสาหกรรมเป็นตัว นำ ประเทศได้มีการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคและเริ่มมีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาก ขึ้นทุกที

    จนกระทั่งปี 2526-2527 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มเติบโตมากขึ้น แต่ก็เป็นการเติบโตจากภาคเอกชน โดยรัฐมิได้เข้าช่วยสนับสนุนเท่าที่ควรเริ่มมีการจัดตั้งองค์กรในรูปของ สมาคมต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สมาคมแรกคือสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เริ่มตั้งแต่ปี 2518-2519 และก็มีสมาคมอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น สมาคมบ้านจัดสรร สมาคมการค้าอาคารชุด และสมาคมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

    ในปัจจุบันมีสมาคมที่อยู่ในวงการทั้งหมด 14 สมาคม ซึ่งในระยะหลังสมาคมที่เกิดขึ้นก็จะเป็นสมาคมด้านวิชาชีพ เช่นสมาคมประเมินราคาทรัพย์สิน สมาคมดูแลชุมชน และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

    การเกิดขึ้นของสมาคมต่าง ๆ นั้นในวิชาการการพัฒนาสังคมถือว่าสังคมมีการแข่งขันขึ้นตามลำดับ ประชาชนทั่วไปร่วมกันยกระดับการพัฒนาทั้งสังคมและวิชาชีพโดยร่วมกับทางรัฐ เพื่อร่วมดูแลทั้งการปฏิบัติวิชาชีพ และการให้บริการสังคมมีคุณภาพยิ่งขึ้น ยิ่งมีสมาคมมากขึ้น ก็จะถือว่าสังคมนั้น ๆ SOPHISTICATE ขึ้น มีสมาคมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เช่น สมาคมหนุ่มสาวของเชียงใหม่ สมาคมวัฒนธรรมท้องถิ่นที่นครศรีธรรมราชเป็นต้น

    ขณะนี้เรากำลังจะมีสมาคมน้องใหม่ในวงการของเราอีกสมาคมหนึ่ง คือ สมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นการรวบรวมผู้เกี่ยวข้องด้านการขายและการตลาดทั่วไป ซึ่งอาจจะมีทั้งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ สื่อที่เกี่ยวข้องกับการขายการตลาด นักโฆษณาประชาสัมพันธ์เข้ามาด้วยกัน ก็นับว่าเป็นวิวัฒนาการขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง การขายและการตลาดของอสังหาฯ ก็คงจะได้ยกระดับขึ้น และมีสมาคมซึ่งจะได้มาพบปะปรึกษาหารือในวิชาชีพเดียวกัน

    คุณไพโรจน์ สุขจั่น ซึ่งรับหน้าเป็นนายกก่อตั้งสมาคมน้องใหม่นี้ก็เป็นนักขายนักการตลาดโดยตรง ก็มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะมีส่วนร่วมพัฒนานักขายและนักการตลาดให้เป็นที่ ยอมรับกันมากขึ้น พวกเราในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการก็จะเอาใจช่วย สมาคมที่จะรับใช้สังคมในอนาคตต่อไป
]]>
ping@resam.or.th (RESAM) บทความ Mon, 19 Jan 2009 08:41:45 +0000
การตลาดและการขายบ้านจัดสรร เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ http://www.resam.or.th/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88/item/50-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88 http://www.resam.or.th/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88/item/50-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88

โดย…นายพัลลภ กฤตยานวัช
ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ  ธนาคารอาคารสงเคราะห์


    นักจัดสรรที่ประสบความสำเร็จ มักถือคติไทยอย่างมั่นคงว่า “ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ต้องตามใจผู้นอน” นั่นคือ การสร้างบ้านจะต้องมุ่งสนองตอบความต้องการและความพอใจของผู้ซื้อเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ขนาด ที่ตั้ง และราคา ซึ่งหมายถึงว่าการดำเนินธุรกิจที่อยู่อาศัยต้องเริ่มต้นนำทางด้วยการตลาดและ ปิดท้ายด้วยการตลาด กล่าวอีกนัยหนึ่ง การตลาดย่อมต้องเกี่ยวพันอยู่กับทุกกระบวนการในการผลิต จนกระทั่งผลผลิตนั้นถึงมือลูกค้า


    การตลาด (Marketing) ถือได้ว่าเป็นหัวใจการดำเนินธุรกิจขององค์การ เพราะการตลาดจะเป็นตัวชี้นำการผลิต และเป็นตัวนำผลผลิต จากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค ดังนั้น เป้าหมาย และกิจกรรมต่างๆ ของการตลาดจึงมุ่งที่จะทำให้ลูกค้าพอใจและซื้อสินค้าของตน ซึ่งจะนำผลกำไรมาสู่บริษัทติดตามมา ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า การตลาดต้องเริ่มจากลูกค้า คือ ความต้องการของลูกค้าและจบลงที่ลูกค้า คือการให้สิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือเมื่อลูกค้าตกลงซื้อ ข้อผิดพลาดของธุรกิจที่อยู่อาศัยหลายแห่งคือการสร้างบ้านตามความนึกคิดของ เจ้าของหรือผู้ออกแบบ โดยไม่คำนึงถึงความต้องการหรือรสนิยมของผู้ซื้อ ผลก็คือขายไม่ได้และผลประกอบการขาดทุน

    สำหรับการขาย (Selling) นั้น เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งในกระบวนการตลาดเท่านั้น โดยการขายมุ่งที่จะนำสินค้าที่ผลิตได้ไปสู่ผู้บริโภค หลักการขายจึงเริ่มต้นจากสินค้าที่มีอยู่ แล้วใช้วิธีการโฆษณาและส่งเสริมการขายแบบต่าง ๆ เพื่อขายสินค้าที่มีอยู่นั้นให้ได้เร็วที่สุด และเกิดกำไรสูงสุด

    ความแตกต่างสำคัญระหว่างการตลาดและการขายอยู่ที่ “การตลาด” จะเน้นความต้องการของผู้ซื้อ และการสร้างลูกค้าทั่วไป ในขณะที่ “การขาย” เน้นอยู่ที่ความต้องการของผู้ขาย ที่จะระบายสินค้าของตนออกไปโดยเร็วที่สุด และมักจะเน้นผู้ซื้อเป็นรายๆ ไป อย่างไรก็ตามทั้งการตลาดและการขาย แม้กระทั่งการผลิดต้องคาบเกี่ยวและเชื่อมโยงถึงกันอย่างแยกจากกันไม่ได้ การขายดีหรือขายไม่ดี จึงไม่ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของฝ่ายขายเท่านั้น หากขึ้นอยู่กับกิจกรรมการตลาดทั้งกระบวนการทีเดียวหลักการข้อนี้ผู้จัดสรร มืออาชีพ มักจะมีความตื่นตัว และให้ความสำคัญยิ่งกว่ามือสมัครเล่นมาก เนื่องจากต้องการดำรงอยู่ในตลาดอย่างยั่งยืน มั่นคงในระยะยาว

]]>
ping@resam.or.th (RESAM) บทความ Mon, 19 Jan 2009 00:00:00 +0000